| ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับยางพารา |
| 1. ปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อราคายางธรรมชาติ |
| เช่น ฤดูกาล สภาพดินฟ้าอากาศ พฤติกรรมผู้บริโภค ผลผลิตภายในและต่างประเทศ คู่แข่งทางการค้า นโยบายของรัฐบาล ฯลฯ
เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของไทยเหมาะสมต่อการปลูกยางทำให้คุณภาพของน้ำยางในประเทศไทยดีที่สุดในโลก ในขณะที่ประเทศอื่น เช่น จีน เวียดนาม และอินเดีย พยายามขยายพื้นที่ปลูกยางและส่งเสริมการผลิตยางแผ่นรมควันกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อราคายางในอนาคต
|
| |
| ฤดูกาลที่มียางออกตลาด ฤดูกาลกรีดยางพารา (ภาคใต้) แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ |
| •เดือน กุมภาพันธ์-เมษายน ช่วงยางผลัดใบ ทำให้ต้นยางให้น้ำยางน้อยมาก ส่งผลให้ราคายางช่วงนี้มี ราคาสูง กว่าช่วงอื่นๆของปี |
| •เดือน พฤษภาคม-สิงหาคม เป็นช่วงฤดูร้อนของภาคใต้ เกษตรกรสามารถกรีดยางได้และมีผลให้ปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดได้ในระดับปกติ ราคายางถูก ลงโดยเฉลี่ย |
| •เดือน ตุลาคม-มกราคม ช่วงฤดูฝนของทางภาคใต้ เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้(ยกเว้นฝนตกและหยุดทิ้งช่วงและตกใหม่ ลักษณะนี้น้ำยางจะออกมามากและกรีดได้ จะทำให้ผลผลิตออกมามากและราคาอาจถูกลงได้)
|
| |
2. พื้นที่ปลูกและ ผลผลิตยางธรรมชาติของไทย |
| พื้นที่เพาะปลูก |
1. สุราษฎร์ธานี 1,662,643 พันเฮกตาร์ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกยางมากที่สุดในประเทศปี 2539 คือ |
| 2. สงขลา 1,650,178 พันเฮกตาร์ |
| 3. ตรัง 1,059,294 พันเฮกตาร์ |
| 4. ยะลา 945,105 พันเฮกตาร์ |
| 5. นราธิวาส 890,127 พันเฮกตาร์ |
| 6. ระยอง 639,790 พันเฮกตาร์ |
| |
3. การแปรรูปยางพาราและมาตรฐานยางแผ่นรมควัน |
| อุตสาหกรรมการแปรรูปยางพารามี 3 ประเภท |
•ยางแผ่นดิบ แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มแห้ง ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง ที.ที.อาร์ ยางเครพ ยางแผ่นผึ่งแห้ง และยางสกิม
2. กลุ่มเหลว ได้แก่ น้ำยางข้นหรือยางลาเท็กซ์
|
| •ผลิตภัณฑ์ยาง ได้แก่ ยางยานพาหนะ ถุงมือยาง ยางรัดของ ยางยืด |
| •ไม้ยางพารา ได้แก่ ลังปลา ปาร์ติเกิลบอร์ด ของเล่นเด็ก เฟอร์นิเจอร์ ไม้อัด
|
| มาตรฐานยางแผ่นรมควันแบ่งเป็นเกรดต่างๆ ดังนี้ |
| •ยางแผ่นรมควันชั้น 1 (คุณภาพดีที่สุด) / ชั้น 2/ ชั้น 3/ ชั้น 4/ ชั้น 5 (คุณภาพต่ำที่สุด)
|
| |
4. ตลาดซื้อขายยางพาราในประเทศและต่างประเทศ |
ภายในประเทศที่สำคัญคือ หาดใหญ่ (ศูนย์กลางซื้อขายใหญ่ที่สุดในภาคใต้) ตรัง ภูเก็ต ยะลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี
ต่างประเทศที่สำคัญมี 6 ตลาด คือ ตลาดกัวลาลัมเปอร์ สิงคโปร์ ลอนดอน นิวยอร์ค และโอซาก้า
ตลาดยางล่วงหน้าที่สำคัญคือ TOCOM (ยางแผ่นรมควันชั้น3), OSAKA (ยางแผ่นรมควันชั้น3 / ยางแท่ง), SHFE (ยางแผ่นรมควันชั้น3)
ประเทศนำเข้ายางธรรมชาติจากไทยที่สำคัญ คือ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ |
tr>
| |
5. การใช้และผลผลิตของโลก |
มูลค่าการผลิตยางพาราจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.4 คาดว่าการผลิตน้ำยางพาราจะเพิ่มจากปี 2547 ประมาณ ร้อยละ 4.6 เนื่องจากพื้นที่กรีดยางได้เพิ่มขึ้น จากพื้นที่ที่ปลูกยางใหม่ตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งจะสามารถเริ่มกรีดน้ำยางได้ในปี 2548 ประมาณ 5 แสนไร่ และประกอบกับเกษตรกรกรีดยางอย่างเต็มที่จากแรงจูงใจทางด้านราคาที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้าง แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก
การส่งออก คาดว่าการส่งออกยางพาราและผลิตภัณฑ์ ใน ปี 2548 จะเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ประมาณ ร้อยละ 7 ตามความต้องการใช้ยางธรรมชาติของโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ จีน ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้ยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ถึงแม้ว่าจีนจะมีการกำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจลดลงก็ตาม |
| |
| ยางแผ่นรมควันชั้น 3(RSS3) ใน AFET |
| |
ข้อกำหนดการซื้อขายล่วงหน้า |
การส่งมอบรับมอบ |
ก้าวแรกของการลงทุน AFET Rubber Futures |
| |